มาทำความรู้จักกับ Vultr กันเถอะ

          สวัสดีครับ หลังจากที่ห่างหายกันไปนาน ไม่ได้อัปเดตบล็อกเลยนะฮะ! วันนี้ถือโอกาสว่าง (มั้ง) ก็เลยมาอัปเดตบล็อกกันซะหน่อย เนื้อหาที่จะมานำเสนอวันนี้ก็เกี่ยวกับ Cloud Hosting ครับ หลายคนอาจจะรู้จักกับเจ้าผู้ให้บริการที่โด่งดัง และมีชื่อเสียงอย่าง Digital Ocean, Amazon EC2 หรืออื่น ๆ อีกหลายเจ้า และของพี่ไทยเองก็มีนะฮะชื่อว่า Ar-bro (อ่านว่า อา-โบร๋ว) แต่วันนี้ผมจะแนะนำอีกเจ้าหนึ่งชื่อว่า Vultr (Vulture แปลว่า อีแร้ง) จะเป็นอย่างไรมาดูกัน!

มาทำความรู้จัก Vultr กันเลย

Vultr เนี่ยเป็นผู้ให้บริการ Cloud Server โดยหลักจะมีการให้บริการ 3 อย่างครับ ประกอบไปด้วย
1. VC2 (Vultr Cloud Compute) ซึ่งก็คือ VPS (Virtual Private Server) นะครับ เข้าใจตรงกันนะ!
2. Block Storage
3. Dedicated Cloud
ซึ่งแต่ละบริการก็แล้วแต่เลือกใช้ตามความเหมาะสมของการใช้งานของเราเองนะครับ สำหรับในรีวิวนี้จะกล่าวถึง VC2 เท่านั้นนะครับ

เรามาเริ่มกันเลยจ้า

ขั้นตอนที่ 1 : สมัครสมาชิก

ก็ต้องสมัครสมาชิกกันก่อนเลยครับ กดสมัครที่ลิงก์นี้เลยครับ ผมจะได้ $10 เมื่อสมัครเสร็จแล้ว อย่าลืมยืนยันอีเมลด้วยนะครับ แล้วก็ Refer ลิงก์ต่อก็จะได้ $10 เหมือนผมครับ เมื่อมีคนมาสมัครต่อครับ รอไรละสมัครเลยยยยยย..

ขั้นตอนที่ 2 : สร้างเซิร์ฟเวอร์

เราจะเริ่มสร้างเซิร์ฟเวอร์ขึ้นมา 1 เครื่องโดยคลิกที่ปุ่มตามรูปด้านล่างเลยครับ

introduction-to-vultr-1

ถัดไปก็จะเป็นการเลือกสถานที่ตั้งเซิร์ฟเวอร์ของเราครับ โดยในตัวอย่างนี้ผมจะเลือกประเทศสิงค์โปร์ ซึ่งอยู่ในโซนเอเชียใกล้บ้านเรานี่เองครับ

introduction-to-vultr-2

ต่อมาเราจะทำการเลือกระบบปฏิบัตการครับ ซึ่งในตัวอย่างนี้ผมจะใช้ Ubuntu 16.04 x64 ครับ

introduction-to-vultr-3

ถัดไปจะเป็นการเลือกขนาด หรือคุณสมบัติของเซิร์ฟเวอร์ครับ จะมีให้เลือกหลายราคา หลายขนาด เราก็ต้องเลือกตามกำลังทรัพย์ของเรานะครับ อะล้อเล่น! (จริง ๆ ตามกำลังทรัพย์ก็มีผลต่อการตัดสินใจนะฮะ อิอิ) เราควรเลือกตามการใช้งานที่เหมาะสม ถ้าจะใช้เพื่อทดสอบเซิร์ฟเวอร์เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ควรเลือกขนาด $5 ต่อเดือนก็พอครับ ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ $0.007 ต่อชั่วโมงการใช้งาน (ถูกอยู่นะ ไม่แพง ๆ) ถ้าหากต่อไปถูกใจการใช้ระบบขึ้นมา เราก็ค่อยสร้างเซิร์ฟเวอร์ขึ้นมาใหม่ แล้วก็เลือกคุณสมบัติที่สูงกว่า ก็แล้วแต่ความเหมาะสมกับการใช้งานเลยอะครับ และในช่วงท้าย ๆ ของบทความ ผมจะเปรียบเทียบราคาของเจ้าอื่น ๆ ในตลาดให้ทราบกันครับ

introduction-to-vultr-4

ถึงขั้นตอนสุดท้ายของการจะสร้างเซิร์ฟเวอร์แล้วครับ ให้เราข้ามมาที่ SSH Keys เลยครับ ถ้ายังไม่ได้สร้าง SSH Keys ก็ไปสร้างซะ ถ้ายังไม่รู้จักมันคืออะไร ก็รีบไปศึกษาซะ เพราะจำเป็นครับ แต่ถ้ายังไม่มีตอนนี้ไม่เป็นไรครับ ข้ามไปขั้นตอนการตั้งชื่อ Hostname และ Label ได้ครับ การตั้งชื่อก็แล้วแต่จะตั้งเลยละกัน ชื่อของ Hostname จะเป็นชื่อที่ใช้ในเซิร์ฟเวอร์ที่สร้างนะครับ ส่วน Label จะเป็นชื่อที่แสดงอยู่ในระบบการจัดการนี้ เมื่อตั้งชื่อเสร็จแล้วก็กดคลิกปุ่ม "Deploy Now" ได้เลยครับ

introduction-to-vultr-5

หลังจากนั้นก็รอครับรอ ประมาณ 1 นาทีครับ เมื่อระบบพร้อมใช้งานก็จะขึ้นคำว่า Running สีเขียวแบบนี้ แล้วจะมีอีเมลแจ้งเตือนจากระบบครับ แค่นี้ก็พร้อมใช้งานแล้ว เย้... แล้วไงต่อละ ก็อ่านต่อขั้นตอนที่ 3 สิจ๊ะ

introduction-to-vultr-6

 

ขั้นตอนที่ 3 : การเข้าสู่การใช้งานระบบปฏิบัติการ

ขั้นตอนนี้เราจะเข้าสู่ระบบปฏิบัติการ Ubuntu ที่เราได้สร้างขึ้นมาเมื่อสักครู่นี้ โดยการเข้าไปที่ Server Details หรือกดคลิกเข้าไปที่ชื่อของเซิร์ฟเวอร์เลยก็ได้ครับ (ในที่นี่ชื่อ thanaphon.com)

introduction-to-vultr-7

จะเข้าสู่หน้า Server Infomation ซึ่งเป็นหน้าแสดงรายละเอียดต่าง ๆ ของเซิร์ฟเวอร์ที่เราได้สร้างขึ้น รวมไปถึง Username และ Password เพื่อใช้สำหรับการ Login เข้าไปใช้งานระบบปฏิบัติการต่อไป เราสามารถกดคลิกดู Password โดยการคลิกที่สัญลักษณ์รูปดวงตาได้ แล้ว Password ที่ถูกปิดก็จะแสดงขึ้นมา ให้เราทำการจำหรือบันทึกไว้นะครับ เพื่อใช้ในการ Login เข้าสู่ระบบต่อไป

introduction-to-vultr-8

ถัดไปจะเข้าสู่โหมด Console เพื่อเข้าใช้งานระบบปฏิบัติการ ให้เราคลิกที่ View Console จะเป็นสัญญลักษณ์รูปคอมพิวเตอร์ ตามรูปด้านล่างเลยครับ

introduction-to-vultr-9

แล้วก็ทำการ Login เข้าสู่ระบบด้วย Username และ Password แค่นี้ก็จะสามารถใช้งานระบบปฏิบัติการได้แล้ว จะติดตั้ง อัปเดต อัปเกรดอะไรก็แล้วแต่เลยจ้า เย้ ๆ ๆ สร้างเซิร์ฟเวอร์สำเร็จแล้ว

introduction-to-vultr-10

Vultr และ Digital Ocean ในแง่ประสิทธิภาพขั้นต้น

          ในที่นี้จะเปรียบเทียบประสิทธิภาพเวลาตอบสนองเฉลี่ย (Response time) ของ Vultre และ Digital Ocean โดยจะเปรียบเทียบแค่ 2 เจ้านี้เท่านั้นนะครับ โดยที่มาของข้อมูลมาจากเว็บไซต์ www.vpsbenchmarks.com ถ้าหากต้องการเปรียบเทียบกับเจ้าอื่น ๆ สามารถเข้าไปดูเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ดังกล่าวครับ ซึ่งจากรูปภาพด้านล่างจะเห็นได้ว่าเวลาตอบสนองเฉลี่ยของ Vultr ทั้งใน Plan ที่ $10 และ $20 ใช้เวลาน้อยกว่าของ Digital Ocean ทั้งหมด โดยที่ Vultr ที่ Plan $10 ใช้เวลาตอบสนองเฉลี่ยที่ 52.2 ms ขณะเดียวกัน Digital Ocean ที่ Plan $10 ใช้เวลาตอบสนองเฉลี่ย 106.8 ms ส่วน Vultr ที่ Plan $20 ใช้เวลาตอบสนองเฉลี่ย 41.1 ms ในขณะเดียวกัน Digital Ocean ที่ Plan $20 ใช้เวลาตอบสนองเฉลี่ย 54.7 ms จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า Vultr เร็วกว่า Digital Ocean ครับผม

introduction-to-vultr-11

เครดิตรูปภาพจาก : http://www.vpsbenchmarks.com/compare/vultr_vs_docean

ราคาเท่าไหร่บ้าง ?

มาถึงตอนนี้แล้วก็มาพูดถึงเรื่องราคาบ้างละ ซึ่งราคาที่กล่าวถึงจะเป็นประเภท VPS เท่านั้น ผมจะยกมาให้ 3 เจ้า ประกอบด้วย Vultr, Digital Ocean และของคนไทย Ar-Bro มีรายละเอียดดังนี้

Vultr 

introduction-to-vultr-12

Digital Ocean

introduction-to-vultr-13

introduction-to-vultr-14

Ar-Bro

ของ Ar-Bro เองจะมีราคาแบ่งแยกสำหรับระบบปฏิบัติการ Linux และ Windows 

introduction-to-vultr-15

ตารางเปรียบเทียบ

เปรียบเทียบจาก Plan ที่มีราคาประมาณ $10

     Vultr Digital Ocean Ar-Bro (Linux)
Cost per Month $10 $10 ~$9 (299THB)
Memory  1GB 1GB 1GB
Processor (CPU Cores) 1 1 1
SSD Disk 20GB 30GB 40GB
Data Transfer 2TB 2TB 4TB

          จากตารางจะเห็นได้ว่าของพี่ไทยเองอย่าง Ar-Bro เนี่ยจะมีราคาถูกที่สุด แถมได้คุณสมบัติเซิร์ฟเวอร์ที่คุ้มค่าที่สุดอีกด้วย รองลงมาความคุ้มค่าที่สุดก็เป็นของ Digital Ocean เช่นนั้นแล้วคุ้มค่าน้อยที่สุดก็จะเป็นของ Vultr ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องเปรียบเทียบกับ Plan อื่น ๆ ด้วยนะครับ บางทีของบางเจ้าอาจจะได้คุ้มค่ามากกว่าครับ แต่ตัดสินใจจะใช้บริการของเจ้าไหน นอกเหนือจากเรื่องราคาแล้ว ก็ต้องมองในแง่ประสิทธิภาพของระบบการจัดการของเจ้านั้น ๆ ด้วยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Support เรื่องการใช้งานระบบ มันใช้ยากมั้ย หรือระบบเองยังมีบั๊กอยู่หรือเปล่า หรือไม่ก็มี Community มั้ยหรือบางคนคิดว่าไม่จำเป็นก็แล้วแต่ครับ เอาเป็นว่าง่าย ๆ ครับ ไปทดสอบของทุกเจ้าก่อนเลย แล้วค่อยตัดสินใจใช้งานอย่างจริงจังครับผม

วิธีการชำระเงิน

  Vultr Digital Ocean Ar-Bro
Credit Card Yes Yes Yes
Paypal Yes Yes No
Bitcoin Yes No No
Bank Transfer No No Yes
Line Pay No No Yes

อันนี้ก็แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละคนนะครับ ว่าสะดวกชำระค่าบริการแบบไหน

เหมาะกับใคร ?

          ส่วนตัวผมมองว่าเหมาะกับคนที่ต้องการพัฒนาตนเองเป็น Full-Stack Developer หรือต้องการศึกษาที่จะเป็น System Engineer ไม่ก็ System Administrator หรือไม่ก็ใช้ทดสอบซอฟต์แวร์ ทดสอบระบบทั่วไปครับ เพราะ Cloud Hosting ประเภทนี้มันสามารถลบและสร้างเซิร์ฟเวอร์ใหม่ได้ตลอดเวลา และใช้ระยะเวลาที่รวดเร็ว และมีต้นทุนในการลงทุนที่ถูกอีกด้วย

สรุป

          จากที่ได้ทดสอบการใช้งานในขั้นต้นก็ถือว่า Vultr ใช้งานค่อนข้างดีเลยทีเดียว หน้า Control Panel ใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน มี Plan สำหรับติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows ด้วย แต่ก็ต้องเสียเงินเพิ่มค่า License ส่วนของ Digital Ocean ขณะนี้ยังไม่มี Plan ของระบบปฏิบัติการ Windows แต่ในอนาคตก็ไม่แน่ อาจจะมีครับ ในส่วนการชำระค่าบริการก็มี Bitcoin สามารถชำระค่าบริการผ่านช่องทางนี้ได้ ซึ่งแตกต่างจากเจ้าอื่น ๆ ที่ยังไม่รองรับบริการชำระค่าบริการด้วย Bitcoin

ท้ายที่สุดนี้หากใครจะสมัครสมาชิกก็กดที่ลิงก์นี้ได้เลยครับ

ปล.หากมีเนื้อหาผิดพลาดประการใดขออภัยใน ณ ที่นี้ด้วย (รบกวนแจ้งด้วยก็จะดีมากครับ)

ขอบคุณครับ
Thanaphon's Blog

Comments

comments